สำหรับความจริงอีกอย่างหนึ่งที่ไม่อาจจะ ปฏิเสธกันได้คือหากบิ๊กโจ๊กนั้นได้ขึ้น เป็นผร.จริงสำหรับเวลาในการเกษียณอายุ ราชการนั้นก็จะเลื่อนไปเป็นปี 2574 ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ส่งผลให้รองผบตร.เจเร นายตำรวจคนอื่นๆอีกหลายคนซึ่งได้จ่อคิวใน การขึ้นเป็นรองผร.หรือเลื่อนขั้นขึ้นเป็น ตำรวจแห่งชาติหากไม่มีเหตุการณ์อันสุด วิสัยเกิดขึ้นนายตำรวจเหล่านี้จะไม่ได้มี โอกาสในการขึ้นเป็นผู้นำเบอร์ 1 จนกว่าจะ รอให้บิ๊กโจ๊กเกษียณอายุราชการซึ่งทำให้ ความพยายามในการสกัดกั้นจากหลายกลุ่มหลาย รุ่นได้เกิดขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนสิ่งที่น่าสนใจว่าจะทำสำเร็จหรือไม่
หรือว่าบิ๊กโจ๊กพวกนั้นจะยังคงเป็นแมว 9 ชีวิตฆ่าไม่ตายหรืออยู่ไปก็เลี้ยงไม่โต สำหรับการโดนข้อกล่าวหากับสิทธิในการเป็น แคนดิเดตผร.ต้องแยกออกจากกันถึงแม้ว่าจะ โดนคดีมากมายแต่มันก็เป็นเพียงแค่การ กล่าวหาเท่านั้นตราบใดที่ศาลนั้นยังไม่ ได้ทำการพิจารณาถึงที่สุดถือได้ว่าบิ๊กยก นั้นยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ซึ่งเพราะ ว่าในตอนนี้จากสถานการณ์นั้นที่ดูเหมือน ว่าคดีจะได้พลิกเปลี่ยนไปแล้วหลังจากที่ อัยการได้สั่งไม่ฟ้องบิ๊กโจ๊กพล.
ตำรวจเอก สุรเชษฐหักพานเนื่องจากพิจารณาแล้วเห็น ว่าบิ๊กโจ๊กนั้นไม่ได้มีความผิดจริงจาก กรณีที่ได้มีการพูดคำผิดและต่อมานั้นทาง ด้านของทีมนักข่าวนั้นได้มีการทักท้วง บิ๊กโจ๊กให้แก้ไขในคำพูดที่พูดผิดในทันที นั้นด้วยข้อความที่ถูกต้องซึ่งจากการ กระทำดังกล่าวนี้จึงกลายมาเป็นเพียงแค่ การสื่อสารที่ผิดพลาดเท่านั้นจึงยังคงไม่ เป็นความผิดตามข้อกล่าวหามาและตามประมวล กฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งในทั้งนี้ได้มีการเน้นย้ำว่าในการพูด ผิดโดยที่ไม่มีเจตนาไม่ใช่การบิดเบือนพระ ราชดำรัสหรือการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์แต่ อย่างใดและยังมีการแก้ไขถึงถ้อยคำที่พูด
ผิดในทันทีหลังจากที่ได้มีการทักท้วง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจและ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่สุจริตในการกล่าว ถึงถ้อยคำ
