“บิ๊กโจ๊ก”ยื่นอุทธรณ์สำเร็จแล้ว? เตรียมเก็บของกลับเข้าสตช!

ซึ่งทางด้านของบิ๊กโจ๊กอดีตรองผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาติได้ทำการส่งตัวแทนในการ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไล่ออกจากราชการต่อคณะ กรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ เพื่อขอความเป็นธรรมในปมผิดวินัยร้ายแรง และยังพัวพันกันกับเวพนันของบิ๊กโจ๊กอดีต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติซึ่งหลังจาก การส่งตัวแทนเพื่อยื่นอุทธรณ์ในโทษไล่ออก ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้า ราชการตำรวจเพื่อขอความเป็นธรรมเมื่อวัน ที่ 10 เมษายน 256 ที่ผ่านมาซึ่งก็ได้มีการรายงานว่า พล.
ตำรวจเอกสุรเชษฐหักทานอดีตรองผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ตัวแทนเข้า ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการพิรักระบบ คุณธรรมข้าราชการตำรวจเพื่อขอความเป็น ธรรมหลังจากถูกคณะกรรมการกลั่นกองโทษ พิจารณาว่ามีความผิดวินัยร้ายแรงจากกรณี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินจาก เว็บไซต์ของพนันออนไลน์โดยทางด้านของคณะ กรรมการนั้นก็ได้มีมติเห็นชอบให้ไล่บิ๊ก โจ๊กออกแล้วพลตำรวจเอกรัตน์พันเเพชรผบตร.
ได้ลงนามในคำสั่งไล่ออกของพล.ตำรวจเอก ทุรเชษฐซึ่งก็ได้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2567 โดยทางด้านของเจ้าตัวนั้นในฐานะของ ผู้ที่ถูกลงโทษมีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้า ราชการตำรวจได้ภายในระยะเวลา 30 วันซึ่ง นับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบในคำสั่งไล่ ออกแล้วซึ่งขั้นตอนของการพิจารณาในการ อุทธรณ์ของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ข้าราชการตำรวจได้มีต่อไปดังนี้ 1 คือการ รับเรื่องในการอุทธรณ์หากยื่นคำร้องภายใน ระยะเวลา 30 วันและเอกสารนั้นครบถ้วนจะ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาหรือหากมีข้อบก พร่องภายในคำร้องทางด้านของคณะกรรมการ
พิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจจะมี หนังสือหรือในการแจ้งให้แก้ไขภายในระยะ เวลาที่กำหนดเอาไว้ 2 การไต่สวนและ พิจารณาทางด้านของคณะกรรมการนั้นอาจจะ เรียกพยานเอกสารหรือพยานบุคคลในการเพิ่ม เติมและทำการเปิดโอกาสให้ทางผู้ร้องและ ผู้ต้นสังกัดเพื่อส่งเอกสารหรือคำชี้แจง เพิ่มเติม 3. การมีมติของคณะกรรมการ พิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจในการ พิจารณาถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก่อน ที่จะทำการเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ 4.
การวินิจฉัย ข้อก.โดยกตร.นั้นเป็นผู้ที่มีอำนาจในการ วินิจฉัยชี้ขาดซึ่งอาจจะยืนยันหรือแก้ไข หรือทำการยกเลิกในคำสั่งเดิมซึ่งมติของ กตร.นั้นก็ถือได้ว่าเป็นที่สุดในทางของ ศาลปกครองและในตามระเบียบของกตร.แล้วว่า ด้วยการอุทธรณ์และการร้องทุกข์พ.ศ. 2552 ในข้อ 24 วรรค 2 ซึ่งได้ระบุเอาไว้ ว่าในกรณีนี้มีเหตุจำเป็นว่าทางด้านของ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการ ตำรวจอาจจะขอขยายเวลาในการพิจารณาได้ซึ่ง จะขอได้ไม่เกิน 2 ครั้งครั้งละไม่เกิน 30 วันและต้องแจ้งให้ผู้ร้องนั้นทราบเป็นราย ลักษณ์อักษร และสำหรับคดีนี้จึงอยู่ในกระบวนการของการ
อุทธรณ์และการพิจารณาของคณะกรรมการ พิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจซึ่ง เรื่องนี้ก็จะมีผลต่อการชี้ขาดและชี้ชะตา ทางราชการของพล.ตำรวจเอกสุรเชษฐอย่างเป็น ทางการในขั้นตอนต่อไปว่าจะสามารถกลับเข้า สู่ราชการได้อีกครั้งหรือได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *