ซึ่งทางด้านบิ๊กจ๊กนั้นก็ได้มีการออกมา เปิดเผยว่าในวันนี้ตนนั้นจะทำเรื่องนี้ ให้เป็นตัวอย่างกับประชาชนคนไทยได้เห็น ว่ากระบวนการพิจารณาของท่านซึ่งที่ท่าน นั้นเคยบอกว่าอย่าไปแทรกแซงกระบวนการ พิจารณาตนนั้นไม่ได้มีการไปแทรกแซงอะไร เพียงแค่ตนนั้นออกมาเปิดเผยความจริง เรื่องของการแทรกแซงองค์คณะให้ประชาชนคน ไทยทั้งประเทศได้เห็นฉะนั้นวันนี้ตนนั้น มายื่นหนังสือประเด็นดังกล่าวนี้เพื่อที่ จะให้ครบองค์ประกอบที่จะนำเอาเอกสารนั้น ไปยื่นต่อศาลอาญาทุจริตในวันนี้โตนั้น ต้องเอาเรื่องหลังจากความยุติธรรมต่อไป นี้และจะต้องไม่ทำอย่างนี้กับใครอีกซึ่ง
ทางด้านของพล.ตำรวจเอกสุรเชษนั้นก็ได้ กล่าวว่าตนนั้นยังเชื่อมั่นต่อศาลปกครอง แต่ไม่เชื่อมั่นต่อการดำเนินการของคนบาง คนสำหรับนางสาวสศิริการก็ได้มาเป็นเพื่อน ท่านและยังพูดอีกว่าฉันเกลียดบิ๊กโจ๊ก ฉะนั้นยืนยันว่าตนนั้นไม่ได้แทรกแซงคดี และยังไม่ได้มีการละเมิดอำนาจของศาลใดๆตน นั้นแค่มาเปิดเผยความจริงในสาธารณชน เพราะเรื่องดังกล่าวนี้เป็นประโยชน์ต่อ สาธ ชนกฎหมายคุ้มครองส่วนกรณีของสำนักงานคณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติซึ่งก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวน ว่าตนนั้นมีกรณีกับประธานของปปช.
และยัง เข้าใจได้ว่าเรื่องของตนนั้นมีการดำเนิน การบางอย่างที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการเช่น เรื่องที่ปปช.นั้นมีการยุติตั้งแต่ปีที่ แล้วแต่ก็ยังไม่นำเข้าคณะใหญ่ยังคงดองเอา ไว้แล้ววันนี้ก็พยายามที่จะไปบีบให้เจ้า หน้าที่เพื่อจะไปส่งเรื่องให้กลับไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้งตนนั้นรู้ หมดว่าใครทำอะไรพลตำรวจเอกสุรเชษฐถามว่า ไปตั้งไต่สวนเจ้าหน้าที่ทำไมเจ้าหน้าที่ ผิดเรื่องอะไรรับเงินตนหรือไม่เขาไปวิ่ง เต้นได้หรอแล้วตนนั้นไม่เคยเคยรู้จักเขา มาก่อนอย่าลืมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ มติคณะกรรมการปปช.สมัยของพล.
ตำรวจเอก วัชรพลซึ่งเป็นประธานและจะเอาเรื่องตนคืน จากสำเนาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับไป ยังปปช.แต่วันนี้กลับเปลี่ยนประธานของ ปปช.จะมาตั้งแต่สวนเจ้าหน้าที่ซึ่งบอกว่า เจ้าหน้าที่นั้นกระทำโดยมิชอบทำอย่างนี้ มันถูกต้องแล้วหรือไม่ไปไล่ดูกันว่าใครทำ ผิดใครทำถูกต้องเรียนว่าไม่ใช่ว่ามีอำนาจ แล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจเรื่องนี้มันก็ไม่ ถูกต้อง
