ซึ่งทางด้านของนายชูวิทยกมลวิสิตได้แถลง ข่าวในการตอบโต้นายวิโรธรองหัวหน้าพรรค ประชาชนซึ่งก่อนการแถลงข่าวนั้นทีมงานของ นายชูวิทยก็ได้นำเอาส้มจำนวน 5 ลูกพร้อม กระถางธูปถุงโจ๊กและป้ายข้อความบอกว่า ราษฎรเต็มขั้นมาจัดวางประกอบการแถลงข่าว ซึ่งนายชูวิทยและทีมงานก็ได้มีการสวม เสื้อที่ติดป้ายชื่อราษฎรเต็มขั้นที่หน้า อกและประเด็นเกี่ยวกับบิ๊กโจ๊กพล.
ตำรวจ เอกสุรเชษฐหักพานเป็นเรื่องสั้นและตรงไป ตรงมาโดยย้ำว่าหลักการก็คือไม่มีเทามีแต่ ขาวกับดำพร้อมยังกล่าวถึงกรณีที่พล.ตำรวจ เอกสุรเชษให้ข้อมูลเรื่องของการตั๋วช้าง แก่นายรังสิมันโรมตั้งแต่เป็นนักศึกษาออก มาเคลื่อนไหวทางการเมืองจนไปสู่การ อภิปรายในสภาและตนเองนั้นก็ยินดีมาโดย ตลอดเพราะทางด้านของพล.ตำรวจเอกสุรเชษ นั้นก็เป็นตำรวจอยู่ในวงการมานานซึ่งมาใน วันนี้วันที่พรรคประชาชนนั้นปฏิบัติเช่น นี้ต่อพล.
ตำรวจเอกสุรเชษฐยกเว้นอย่าง เดียวว่าบิ๊กโจ๊กนั้นเป็นคนน่ารังเกียจใน ช่วงนี้นายชูวิทยก็ได้กล่าวว่าตนเองนั้น ได้พูดคุยกันกับพล.ตำรวจเอกสุรเชษฐเป็น การส่วนตัวไม่ได้มีการบันทึกคลิปและไม่ ได้เห็นว่าเป็นเรื่องเสียหายอะไรเนื่อง จากพรรคประชาชนนั้นมีนโยบายในการจัดการ ทุนสีเทาซึ่งในขณะที่พล.ตำรวจเอกสุรเชษฐ นั้นเป็นอดีตรองผบตร. และย่อมมีข้อมูลจำนวนมากที่เป็นประโยชน์ โดยได้ระบุว่าพล.
ตำรวจเอกสุรเชษฐนั้นเคย กล่าวในเชิงว่าหากช่วยทำพื้นที่ของส.ส. ได้ก็อยากจะดูแลตำรวจแต่ก็ไม่ได้ระบุ ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี นายชูวิทยนั้นก็ได้กล่าวและยืนยันว่าพรรค ประชาชนนั้นทราบดีว่าพล.ตำรวจเอกสุรเชษ นั้นเป็นผู้ที่มีข้อมูลจำนวนมากซึ่งทั้ง ในเรื่องของตั๋วช้างและสเกมเมอร์พร้อมยัง ย้ำอีกว่ากรณีนี้มันไม่ใช่เรื่องเสียหาย อะไรแม้ตนเองนั้นจะไม่ได้มีเอกสารหรือใบ เศษมาแสดงเนื่องจากตนเองนั้นเวลาพูดคุย หรือหารือกับใครก็ไม่เคยมีการบันทึกเสียง เอาไว้ดังนั้นหากนายวิโรธจะมาถามหาหลัก ฐานตนนั้นก็ไม่มีแน่นอน
