ซึ่งในวันนี้อัยการได้ออกมาเปิดเผยว่า สั่งไม่ฟ้องบิ๊กโจ๊กพล.ตำรวจเอกสุรเชษฐ หักพานจากคดี 112 ชี้ถึงคำพูดที่ผิดโดย ไร้เจตนาหมิ่นถึงสถาบันซึ่งล่าสุดเมื่อ วันที่ 9 กรกฎาคมมีการรายงานว่าอัยการ นั้นได้มีคำสั่งในการไม่ฟ้องทั้งนี้ได้มี การเน้นย้ำว่าในการพูดผิดโดยไม่มีเจตนา ซึ่งไม่ใช่การบิดเบือนพระราชดำรัสหรือการ ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และยังมีการแก้ไข ถ้อยคำที่ผิดในทันทีหลังจากที่ได้มีการ ทักท้วงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ ใจที่ไม่มีเจตนาและไม่สุจริตในการกล่าวหา ถึงถ้อยคำนั้นโดยทางด้านของอัยการนั้นก็ ได้มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าจะสั่งไม่
ฟ้องบิ๊กโจ๊กในคดีของกฤษนาพงษ์ ที่ได้มีการแจ้งถึงมาตรา 112 ซึ่งได้มีการชี้ว่าอัยการนั้นมีการ พิจารณาแล้วไร้เจตนาหมิ่นประมาทถึงสถาบัน และเป็นการกล่าวผิดซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ การบิดเบือนพระราชดำรัสเพราะได้พูดแก้ใน ทันทีจากกรณีของพล.ตำรวจเอกกฤษนพงษ์ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ตามความผิดมาตรา 112 ต่อทางด้านของพล.
ตำรวจเอกสุรเชษฐซึ่งดำรง ตำแหน่งอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากกรณีของการกล่าวถึงถ้อยคำในที่ สาธารณะ ซึ่งก็ได้มีการอ้างถึงพระราชดำรัสของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งก็มีการพูดผิดจาก คำว่าไม่ให้คนไม่ดีขึ้นมาปกครองบ้านเมือง ซึ่งพูดผิดเป็นคำว่าไม่ให้คนดีขึ้นมาปก ครองบ้านเมืองซึ่งเป็นการกล่าวเขาปราศรัย บนเวทีที่มีประชาชนนั้นมาร่วมงานเพื่อรวบ รวมรายชื่อในการถอดถอนหนึ่งในกรรมการของ ปปช.
ภายใต้โครงการกวดบ้านให้กับปปช.ที่โรงแรม แห่งหนึ่งในอำเภอบางละมุงจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 256 ซึ่งจากนั้นได้มีการรายงานว่าในชั้นของ การสอบสวนนั้นไม่ได้มีการแจ้งถึงข้อกล่าว หาแล้วพนักงานสอบสวนก็ได้มีความคิดเห็น ควรสั่งไม่ฟ้องตามที่ได้กล่าวมาเนื่องจาก พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีที่ได้มีการพูดคำ ผิดนี้ต่อมานั้นได้มีนักข่าวท้องถิ่นได้ ทักท้วงถึงบิ๊กโจ๊กได้พูดแก้ไขในคำพูดผิด นั้นทันทีด้วยข้อความที่ถูกต้องโดยการ กระทำดังกล่าวนี้จึงเป็นเพียงแค่การสื่อ สารที่ผิดพลาดซึ่งสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ ตามปกติและตามสถานการณ์นั้นจึงยังไม่เป็น
ความผิดต่อข้อความของการกล่าวหาตามประมวล กฎหมายอาญาในมาตรา 112 ซึ่งถือได้ว่าความผิดนี้พล.
